“ภัทรพงศ์” ลงพื้นที่สิงห์บุรี ติดตามการก่อสร้างสะพานบางระจัน 3 เร่งเสริมความแข็งแรงเขื่อนป้องกันตลิ่ง พร้อมรับฤดูน้ำหลาก
เมื่อวานที่ 16 กรกฎาคม 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่อำเภออินทร์บุรีและอำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าแนวทางการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยมีนายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสิงห์บุรี นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี แขวงทางหลวงสิงห์บุรี แขวงทางหลวงชนบทสิงห์บุรี กรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และนำเสียงสะท้อนจากพื้นที่ไปร่วมหารือแนวทางการแก้ปัญหากับรัฐบาล เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและแก้ไขปัญหาได้จริง การลงพื้นที่ในครั้งนี้เริ่มด้วยการสำรวจเขื่อนป้องกันตลิ่งและป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่อำเภออินทร์บุรี โดยพื้นที่บริเวณนี้มักเกิดปัญหาน้ำท่วมเกือบทุกปี เนื่องจากมีการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2555 จึงพบปัญหาน้ำรั่วซึม โดยเฉพาะในช่วงฤดูน้ำหลาก สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
โอกาสนี้ ผู้แทนชุมชนในพื้นที่ได้สะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยขอให้เร่งซ่อมแซมและปรับปรุงแนวเขื่อนป้องกันตลิ่งที่มีปัญหารั่วซึม รวมถึงสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว
จากนั้นได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานบางระจัน (สะพานบางระจัน 3) บริเวณแยกไกรสรราชสีห์ ตำบลบางมัญ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ดำเนินการโดยสำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 311 สายแยกศาลหลักเมือง – แยกไกรสรราชสีห์ โดยเป็นการก่อสร้างสะพานใหม่ทดแทนสะพานเดิมที่เริ่มชำรุดจากการใช้งานมายาวนานกว่า 68 ปี ปัจจุบันมีผลการดำเนินงานอยู่ที่ 14% ซึ่งล่าช้ากว่าแผน 1% คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในเดือนกรกฎาคม 2571
ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินงานโครงการต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายในกำหนด รวมถึงให้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นยังต้องมีการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมและเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

